ไม่ใช่แค่แย่งอำนาจรัฐ แต่แย่งอำนาจบางอย่าง

ด้วยจิตคาราวะดวงวิญญาณของวีรชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งหลาย


..... การเมืองไทยนับได้ว่าพัฒนาก้าวมาสู่ระยะอันตรายอีกครั้งหนึ่ง  จากอดีตที่มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทางการเมืองสำคัญๆ

นับแต่เปลี่ยนระบอบจากราชาธิปไตย(อำนาจสูงสุดเป็นของกษัตริย์) สู่ประชาธิปไตย (อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน)

เหตุการณ์ตุลามหาวิปโยค พฤษภาทมิฬ พฤษภา 53 เหล่านั้นเป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งสิ้น เหตุการณ์ต่างๆก็มี

การบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนของ"ประชาชน" แต่แท้จริงแล้วการต่อสู้ของประชาชนนั้นเป็นเพียงหมากเกมของใครบางคน ของใครบางกลุ่ม

ในทางกฎหมายผมพูดได้แค่นี้เพราะกฎหมายห้ามไว้   ลองมองย้อนอดีตไปดู  นายกคนไหนไม่ใช่ของเขา  เขาจะกำจัดไปเสีย

ไม่ว่าจะวิถีทางทหาร  วิถีทางกฎหมาย(องค์กรอิสระ) และปัจจุบันนี้ใช้มวลชนเพื่อจะล้มรัฐบาล (ที่อ้างว่าเป็นสิบๆล้านคน)

แต่บุคคลนอกกฎหมายอาจลืมไปว่า  ปัจจุบันนี้ไม่เหมือนอดีตที่ล้มรัฐบาลได้ง่ายๆ เนื่องจากคราวอดีตประชาชนมีใจเป็นหนึ่ง

ในการล้มรัฐบาลเผด็จการ  แต่มาวันนี้พัฒนาการทางการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้วเนื่องจาก ปัจจุบันมี 2 แนวความคิดใหญ่ๆ

คือ ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ  ในเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วนนี้ เป็นการต่อสู้ของฝ่ายเผด็จการเพื่อต้องการล้มประชาธิปไตย

ซึ่งแน่นอนฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีวันยอมอย่างแน่นอน  จากอดีตที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแถบตาย  มาวันนี้จะล้มไปง่ายๆ

ประจวบกับโลกสมัยใหม่ประเทศที่เป็นเผด็จการผ่อนปรนเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น  หากประเทศเราฝืนกระแสโลกมีแต่พังกับเจ๊ง

อย่างไรก็ดี  หากลองมองด้วยสัจจธรรมในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การแย่งอำนาจรัฐบาล  แต่เป็นการแย่งในทางกฎหมายพูดไม่ได้

แต่ความตายนั้นไม่ใช่ของผู้มีอำนาจ แต่เป็นของตายของพลเมือง  ผมจะลองวิเคราะห์ให้ดูเป็นประเด็นๆในกระทู้ถัดไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่